สถานที่ท่องเที่ยวจังหวัดเชียงราย

จังหวัดเชียงราย

 

วัดร่องขุ่น

ตั้งอยู่ในเขตตำบลคลองลานพัฒนา ตำบลคลองน้ำไหล ตำบลโป่งน้ำร้อน และตำบลสักงาม อยู่ห่างจากตัวจังหวัด ประมาณ 65 กม. ออกแบบและก่อสร้าง โดยอาจารย์ เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ เมื่อ พ.ศ. 2540 โดย บนพื้นที่เดิมของวัด 3 ไร่ และขยายออกเป็น 12 ไร่ อุโบสถ ประดับกระจกสีเงินแวววาววิจิตรงดงามแปลกตา ภายในอุโบสถมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง โดยเฉพาะภาพพระพุทธองค์หลังพระประธานซึ่งเป็นภาพที่ใหญ่งดงามมาก อ่านต่อ

หอฝิ่น อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ


หอฝิ่นอุทยานสามเหลี่ยมทองคำ ตั้งอยู่ในพื้นที่ประมาณ 250 ไร่ ห่างจากอำเภอเชียงแสนประมาณ 10 กิโลเมตร ตัวอาคารล้อมรอบด้วยสวนอันสวยงาม เป็นศูนย์นิทรรศการแสดงประวัติความเป็นมาของฝิ่น เมื่อสมัยที่มีการใช้กันอย่างถูกกฏหมายและผลกระทบของการเสพติดฝิ่น อีกทั้งยังทำหน้าที่ศูนย์ข้อมูลเพื่อการค้นคว้าวิจัยและการศึกษาต่อเนื่อง ในหัวข้อฝิ่น สารสกัดจากฝิ่นในรูปแบบต่างๆและยาเสพติดอื่นๆ

หอฝิ่นจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน ยกเว้นวันจันทร์ ระหว่างเวลา 08.30-16.00 น. ค่าเข้าชมบุคคลทั่วไป ต่างชาติ 300 บาท คนไทย 200 บาท ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป 50 บาท เด็กอายุ12-18 ปี 50 บาท (เฉพาะคนไทย)เด็กอายุต่ำกว่า 12 ปี ฟรี รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ โทร. 0 5378 4444-6 เว็บไซต์ http://www.goldentrianglepark.com

วัดพระธาตุเจดีย์หลวง

ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน สร้างโดยพระเจ้าแสนภูเมื่อประมาณกลางพุทธศตวรรษที่ 19 โบราณสถานประกอบด้วย เจดีย์ประธานทรงระฆังแบบล้านนา เป็นเจดีย์ใหญ่ที่สุดในเชียงแสน นอกจากนี้ยังมีพระวิหารที่เก่ามากซึ่งพังทลายเกือบหมดแล้ว และเจดีย์รายแบบต่างๆ 4 องค์

ทะเลสาบเชียงแสน หรือเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหนองบงคาย

มีเนื้อที่ทั้งหมด 2,711 ไร่ ประกาศเป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อปี พ.ศ. 2528 เดิมเป็นเพียงหนองน้ำขนาดเล็ก จนมีการสร้างฝายกั้นทางน้ำ ทำให้น้ำเอ่อล้น จนเกิดเป็นทะเลสาบขนาดใหญ่ ในฤดูหนาวจะมีอากาศเย็นสบายและหมอกลอยปกคลุมทั่วไป ทะเลสาบเขียงแสนยอังเป็นแหล่งดูนกที่มีชื่อเสียงมาก โดยเฉพาะนกเป็ดน้ำที่ย้ายถิ่นเข้ามาในช่วงฤดูหนาว หลายชนิดเป็นนกหายาก เช่นเป็นแมนดาริน เป็ดเทาก้านดำ เป็ดเบี้ยหน้าเขียว เป็ดหัวเขียว เป็นต้น บริเวณทะเลสาบมีรีสอร์ทเอกชนให้พักหลายแห่ง

การเดินทาง จากตังเมืองเชียงแสน ใช้ทางหลวงหมายเลข 1016 ประมาณ 5 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายที่กิโลเมตรที่ 27 เข้าไปอีก 2 กิโลเมตร หรือนั่งรถโดยสารจากเชียงราย ไปอำเภอเชียงแสนแล้วต่อรถสามล้อเครื่อง

สบรวก (สามเหลี่ยมทองคำ)


อยู่ห่างจากอำเภอแม่สาย ๒๘ กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข ๑๒๙๐ เป็นบริเวณที่แม่น้ำโขงและแม่น้ำรวกมาบรรจบกัน หรือที่เรียกว่า สบรวก เป็นพรมแดนระหว่างประเทศไทย ลาว พม่า บริเวณนี้เคยมีการค้าฝิ่น โดยแลกเปลี่ยนกับทองคำ ทิวทัศน์ของแม่น้ำโขงบริเวณนี้มีความงดงามโดยเฉพาะยามเช้าที่ดวงอาทิตย์ขึ้น ท่ามกลางสายหมอกด้านฝั่งพม่า และลาว นักท่องเที่ยวนิยมนั่งเรือเที่ยวชมทิวทัศน์จุดบรรจบของพรมแดนไทย ลาว และพม่า ค่าเช่าเรือประมาณ ๓๐๐–๔๐๐ บาท นั่งได้ ๖ คน ถ้าต้องการนั่งชมทิวทัศน์สองฝั่งแม่น้ำโขงไปไกลถึงเชียงแสนและเชียงของ ก็สามารถหาเช่าเรือได้ แต่ค่าเรือขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกล นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำโขงไปเที่ยวทางตอนใต้ของประเทศจีน เช่น สิบสองปันนา คุนหมิง สามารถติดต่อกับบริษัทนำเที่ยวในจังหวัดเชียงรายได้ หากต้องการจะชมทิวทัศน์มุมกว้างของสามเหลี่ยมทองคำบริเวณสบรวกและเพื่อนบ้าน ต้องขึ้นไปบนดอยเชียงเมี่ยง ที่อยู่ริมแม่น้ำโขง อ่านต่อ

ดอยผาตั้ง


เป็นส่วนหนึ่งของเทือกเขาดอยผาหม่น ซึ่งเป็นเทือกเขาแนวพรมแดนไทย-ลาว สูง 1,800 เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ดอยผาตั้งถือเป็นเป็นจุดชมวิวไทย-ลาว และทะเลหมอกที่สวยงามไม่แพ้ภูชี้ฟ้า รถยนต์สามารถขึ้นเกือบถึงจุดชมวิวบริเวณเนินร้อยสามได้ บนจุดชมวิวจะเป็นแนวเขาซึ่งชมวิวได้ตลอดแนว นอกจากนั้นบนดอยยังมีจุดที่น่าสนใจ คือ ผาบ่อง ประตูสยามสู่ลาว เป็นช่องหินขนาดใหญ่คนเดินลอดได้อยู่ในแนวหน้าผา มองเห็นทิวทัศน์ประเทศลาวได้ ช่องเขาขาด เป็นช่องเขาที่หินขาดจากกันมองเห็นแม่น้ำโขงพาดผ่านตรงช่องเขาขาดพอดี โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคมถึงมกราคม ดอกนางพญาเสือโคร่งและดอกเสี้ยวจะบานสะพรั่งงดงาม เป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวจีนฮ่อ ม้ง และเย้า โดยเฉพาะจีนฮ่อนั้น อดีตเคยเป็นส่วนหนึ่งของกองพล 93 ซึ่งอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่ดอยผาตั้งนี้ และด้วยอากาศที่หนาวเย็นเหมาะแก่การทำการปลูกพืชเมืองหนาว ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บนดอยผาตั้งจึงทำอาชีพเกษตร ปลูกบ๊วย ท้อ สาลี่ แอปเปิ้ล และชา ซึ่งจะให้ผลผลิตมากในช่วงฤดูหนาว ซึ่งเป็นช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการกระจายรายได้แก่ท้องถิ่นได้เป็นอย่างดี บนดอยผาตั้ง มีที่พัก สถานที่กางเต็นท์และร้านอาหาร สามารถไปเที่ยวได้ตลอดปี

การเดินทาง
จากจังหวัดเชียงราย ใช้เส้นทางเชียงราย-เวียงชัย –พญาเม็งราย –บ้านต้า (ทางหลวงหมายเลข 1233, 1173 และ 1152) 50 กิโลเมตร บ้านต้า-บ้านท่าเจริญ (ทางหลวง 1020 ) 45 กิโลเมตร บ้านท่าเจริญ-เวียงแก่น-ปางหัด (ทางหลวงหมายเลข 1155 ) 17 กิโลเมตร และปางหัด-ดอยผาตั้ง อีก 15 กิโลเมตร สภาพเส้นทางบางช่วงสูงชัน

ดอยแม่สลอง


ดอยแม่สลอง ตำบลแม่สลองนอกมีลักษณะภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นภูเขาสูง มีเทือกเขาสลับซับซ้อน และมีที่ราบระหว่างเชิงเขา มีระดับความสูงของสันเขา 950-1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ด้วยสภาพที่ตั้งและภูมิประเทศดังกล่าวเป็นปัจจัยเอื้ออำนวยให้มีทรัพยากรธรรมชาติ และแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมชนเผ่าอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งจีนฮ่อ เย้า อาข่า ลาหู่ ไทยใหญ่
บริเวณหมู่บ้านสันติคิรี เป็นชุมชนผู้อพยพจากกองพล 93 ซึ่งอพยพจากประเทศพม่าเข้ามาในเขตไทย จำนวนสองกองพันคือ กองพันที่ 3 เข้ามาอยู่ที่อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ และกองพันที่ 5 อยู่ที่บ้านแม่สลองนอก ตั้งแต่ปี 2504 ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ ดอกนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งเป็นซากุระพันธุ์ที่เล็กที่สุด สีชมพูอมขาว จะบานสะพรั่งตลอดแนวทางขึ้นดอยแม่สลอง เป็นพันธุ์ไม้ที่หาชมได้ยากในเมืองไทย เพราะจะเจริญเติบโตอยู่แต่เฉพาะในภูมิอากาศหนาวจัดเท่านั้น และที่ดอยแม่สลองนี้ยังเป็นแหล่งปลูกชาจีนที่มีคุณภาพของภาคเหนืออีกด้วย มีทั้งชาอู่หลงก้านอ่อน ชาโสม และชาเขียว
การเดินทาง
อยู่ห่างจากที่ว่าการอำเภอแม่ฟ้าหลวงประมาณ 65 กิโลเมตร และอยู่ห่างจากศาลากลางจังหวัดเชียงรายประมาณ 67 กิโลเมตร
ใช้เส้นทางเชียงราย-แม่จัน เลยจากอำเภอแม่จันไป 1 กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายไป 12 กิโลเมตร ถึงศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาเลยจากศูนย์ฯ ไป 11 กิโลเมตร เป็นหมู่บ้านผาเดื่อ ซึ่งเป็นจุดแวะชมและซื้อหัตถกรรมชาวเขา จากนั้นเดินทางจากบ้านเย้าถึงบ้านอีก้อสามแยก ทางขวาไปหมู่บ้านเทอดไทย ส่วนแยกซ้ายไปดอยแม่สลอง ระยะทาง 18 กิโลเมตร รวมระยะทางจากเชียงราย 42 กิโลเมตร เป็นทางลาดยางตลอดสาย และจากดอยแม่สลองมีถนนเชื่อมต่อไปถึงบ้านท่าตอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ระยะทาง 45 กิโลเมตร ในกรณีไม่ได้ขับรถมาเองให้ขึ้นรถประจำทางจากตัวเมืองเชียงรายไปต่อรถสองแถว ที่ปากทางขึ้นดอยแม่สลอง

จุดน่าสนใจและกิจกรรมบนดอยแม่สลอง – ชมไร่ชาและศึกษาวิธีการผลิตชา ขี่ม้าชมทิวทัศน์รอบหมู่บ้านอาข่า (หมู่บ้านเจียงจาใส) และอนุสรณ์ชาวไทยเชื้อสายจีน
ติดต่อ องค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองนอก โทร. 0 5376 5129

ดอยหัวแม่คำ


จากเชียงรายใช้เส้นทางเดียวกับทางขึ้นดอยแม่สลอง แต่เมื่อเดินทางถึงบ้านอีก้อสามแยกแล้ว แยกเข้าเส้นทางที่ไปบ้านเทอดไทยจากนั้นจะพบทางแยกอีกครั้ง ให้เลี้ยวซ้ายเข้าบ้านห้วยอิ้น ระหว่างทางจะผ่านหมู่บ้านชาวเขาซึ่งตั้งอยู่เป็นระยะ บ้านหัวแม่คำอยู่เกือบสุดชายแดนพม่า เส้นทางเป็นทางลูกรังคดโค้งไปตามทิวเขา ใช้เวลาเดินทางราว 3 – 4 ชั่วโมง ดอยหัวแม่คำเป็นที่ตั้งหมู่บ้านชาวเขาขนาดใหญ่ ประกอบด้วยเผ่าลีซอ เป็นกลุ่มชนส่วนใหญ่ นอกจากนี้ยังมีอีก้อ ม้งและมูเซอ ในช่วงเวลาซึ่งตรงกับตรุษจีนของทุกปี ชาวลีซอจะจัดงานประเพณีกินวอ ซึ่งเปรียบเสมือนวันขึ้นปีใหม่ ในวันนั้นชาวลีซอจะแต่งกายสวยงาม มีการกินเลี้ยง เต้นระบำ เป็น 7 วัน 7 คืน และในเดือนพฤศจิกายนจะเป็นช่วงที่ดอยหัวแม่คำงดงามไปด้วยดอกบัวตอง สีเหลืองสดใสสะพรั่งอยู่ทั่วไปตามแนวเขา นักท่องเที่ยวที่ต้องการพักบนดอยหัวแม่คำ มีบ้านพักและเต็นท์ให้บริการ หรือจะนำเต็นท์มาเองก็ได้ สอบถามข้อมูลติดต่อ เกษตรที่สูงหัวแม่คำ โทร. 0 5491 8101, 0 1993 0325 อ่านต่อ

พระตำหนักดอยตุงและสวนแม่ฟ้าหลวง


เชียงราย อารยนครอายุกว่า 700 ปี มีมนต์เสน่ห์ล้ำลึกของวัฒนธรรมล้านนา กลมกลืนกันอยู่ในโอบล้อมของผืนป่า ที่เริ่มคืนความเขียวชะอุ่มภายหลังเกิดโครงการพัฒนาดอยตุงฯ กว่า 30 ปีที่ผ่านมาด้วยพระบารมีของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ชาวเขาและชาวพื้นราบในบริเวณรายรอบดอยตุง ยอดสูงสุดของดอยนางนอน พรมแดนไทย-พม่า ได้เปลี่ยนวิถีจากการปลูกและเสพฝิ่น ถางป่าตัดไม้ และทำไร่เลื่อนลอย หันมาทำเกษตร ปลูกพืชผักเมืองหนาว ทำไร่กาแฟและแมคคาเดเมีย สร้างผลงานเย็บปักถักทอที่เชื่อมต่อวัตถุดิบพื้นถิ่น และหัตถศิลป์พื้นเมืองสู่การใช้งานในชีวิตประจำวันแบบสากล ในขณะที่กลุ่มชน 30 ชาติพันธุ์ ยังคงอาศัยอยู่อย่างสงบ ตามไหล่เขาและบนดอยสูง แนบแน่นอยู่กับประเพณีดั้งเดิมของตน โดยไม่ถูกวัฒนธรรมเมืองกลืนกิน อ่านต่อ

พระธาตุดอยตุง


ตั้งอยู่บริเวณ กม. ที่ 17.5 ของทางหลวงหมายเลข 1149 เป็นที่บรรจุพระรากขวัญเบื้องซ้าย (กระดูกไหปลาร้า) ของพระพุทธเจ้า นำมาจากมัธยมประเทศ นับเป็นครั้งแรกที่พระพุทธศาสนาลัทธิลังกาวงศ์ ได้มาประดิษฐานที่ล้านนาไทย เมื่อก่อสร้างพระสถูปบรรจุพระบรมสารีริกธาตุนี้ ได้ทำธงตะขาบ (ภาษาพื้นเมืองเรียกว่า ตุง) ใหญ่ยาวถึงพันวา ปักไว้บนยอดดอย ถ้าหากปลายธงปลิวไปไกลถึงเมืองไหน ก็จะกำหนดเป็นฐานพระสถูป เหตุนี้ดอยซึ่งเป็นที่ประดิษฐานปฐมเจดีย์แห่งล้านนาไทย จึงปรากฏนามว่า ดอยตุง พระธาตุดอยตุงเป็นปูชนียสถานที่สำคัญ เมื่อถึงเทศกาลนมัสการพระธาตุดอยตุงในวันเพ็ญเดือน 3 จะมีพุทธศาสนิกชนทั้งชาวไทยและเพื่อนบ้านจากประเทศใกล้เคียง เช่น ชาวเชียงตุงในรัฐฉาน ประเทศสหภาพพม่า ชาวหลวงพระบาง เวียงจันทน์ เดินทางเข้ามานมัสการทุกปี พระธาตุดอยตุงถือเป็นพระธาตุประจำปีเกิดของคนเกิดปีกุน ที่นิยมมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคล

วนอุทยานภูชี้ฟ้า


เป็นส่วนหนึ่งของดอยผาหม่น อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยงามราวภาพวาด ด้วยทิวทัศน์ของภูเขาสลับซับซ้อนดูกว้างไกล การจะเดินขึ้นไปชมทะเลหมอกควรจะขึ้นไปยอดภูตั้งแต่ฟ้ายังมืด เพราะเมื่อฟ้าเริ่มสว่างจะทำให้เห็นสายหมอกค่อย ๆ ก่อตัวเป็นภาพต่าง ๆ ดูสวยงามราวกับมีช่างวาดฝีมือมาแต่งแต้ม สร้างความประทับใจไปอีกนาน ภูชี้ฟ้า มีลักษณะเป็นยอดเขาที่แหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว บนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง แซมด้วยทุ่งโคลงเคลงที่มีดอกสีชมพูอมม่วง ซึ่งจะบานระหว่างเดือนกรกฎาคม-เดือนมกราคม การเดินทาง อยู่ห่างจากเชียงราย 111 &

จังหวัดเชียงราย

 

Go to the top of the page

 

 

+Quote Post
 

 

อี๊ดคุง

 

 

โพสต์ Oct 19 2007, 00:53

 

โพสต์ #2
…ฅนค้น..ใคร…
ภาพประจำกลุ่ม

กลุ่ม : Root Admin
โพสต์ : 2,804
เป็นสมาชิกเมื่อ : 18-Sep-06
หมายเลขสมาชิก : 1
Point : n/a Point
Ticket : n/a Point

ข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดเชียงราย

 

พระธาตุ ๙ จอม

 

พระธาตุดอยจอมทอง

ตั้งอยู่ ณ วัดดอยทอง ต.เวียง อ.เมืองเชียงราย จ.เชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๑ กม. พระธาตุดอยจอมทองมีหลักฐานปรากฏในหนังสือพงศาวดารโยนกของพระยาประชากรจักรว่า พระเถระชื่อว่าพระพุทธโฆษาได้นำพระบรมสารีริกธาตุทั้ง ๓ ขนาดรวม ๑๖ องค์ ถวายแก่เจ้าพังคราชเจ้าโยนกท่านจึงแบ่งเป็นพระธาตุขนาดใหญ่หนึ่ง ขนาดกลางสอง รวม ๓ องค์ ส่งให้พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ พญาเรือนแก้วพร้อมด้วยมหาเถระ ได้รับพระธาตุ และได้สร้างมหาสถูปไว้ท่ามกลาง เมืองไชนารายณ์ ตั้งชื่อว่า พระธาตุดอยจอมทองเป็นมงคลนามของเมือง มีประเพณี สรงน้ำพระธาตุในวันขึ้น ๑๕ค่ำเดือน ๓ (๕ เหนือ)

พระธาตุจอมกิตติ

ตั้งอยู่ ณ วัดพระธาตุจอมกิตติ ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๖๑ กม.
พระธาตุจอมกิตติ ตั้งอยู่บนเขานอกกำแพงเมืองเชียงแสน ตามพงศาวดารโยนก กล่าวไว้ว่า พระเจ้าพังคราช โปรดให้สร้างเมือง พ.ศ. ๑๔๘๓ สมัยเดียวกับการสร้างพระธาตุดอยจอมทองของเมืองเชียงราย และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุที่ได้จากพระเถระชาวเมืองสุธรรมาวดี เป็นพระธาตุย่อเหลี่ยมไม้สิบสองสมัยเชียงแสน ต่อมาพระเจ้าสุวรรณคำล้านนาได้เสริมและปฎิสังขรณ์องค์พระธาตุใหม่ มีความสูง ๑๓ เมตร ฐานกว้าง ๖ เมตร

พระธาตุจอมจันทร์

ตั้งอยู่ ณ วัดจอมจันทร์ ตำบลสันทราย อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๓๘ กม.
เมื่อครั้งครูบาทิพย์ คันโธ เป็นเจ้าอาวาสวัดบ้านแหลวนั้น ในคืนหนึ่งท่านเห็นแสงสีเขียวพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าระยิบระยับสวยงามมาก พอรุ่งเช้าท่านได้ไปดูและพบว่าภูมิประเทศเหมาะสมในการสร้างพระธาตุเพราะมีคู หรือร่องน้ำล้อมรอบ โดยการขุดของคนโบราณ จึงได้เริ่มทำการก่อสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๘ แล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ.๒๔๖๘

พระธาตุจอมสัก

ตั้งอยู่ที่ วัดพระธาตุจอมสัก ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงรายระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๗ กม.
เดิมมีชื่อว่า พระธาตุดอยบ้านยาง สร้างขึ้นในสมัยโยนกไชยบุรีศรีเชียงแสน จนถึงสมัยพระเจ้าพังคราช ได้มีพระเถระ ชื่อ พระพุทธโฆษาจารย์ ได้นำเอาพระบรมสารีริกธาตุจากประเทศลังกามาถวายพระเจ้าพังคราช ได้แบ่งไปประดิษฐานที่ พระธาตุจอมกิตติส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งนำไปประดิษฐานที่พระเจดีย์ดอยบ้านยางต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น พระธาตุดอยจอมสัก

พระธาตุจอมแว่

ตั้งอยู่ ณ วัดพระธาตุจอมแว่ บนดอยในเขตอำเภอพาน ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๔๕ กม.
สร้างขึ้นโดยพระยางำเมือง เจ้าเมืองภูกามยาว ในราว ร.ศ.๖๕๖ หรือพ.ศ. ๑๘๓๙ เมื่อได้เสด็จขึ้นดอยเพื่อตรวจดูเขตเมือง ได้บรรจุพระเกศาธาตุและแก้วแหวนเงินทองเอาไว้ ปัจจุบันพระธาตุเจดีย์มีฐานกว้าง ๕ วา สูง ๑๗ วา

พระธาตุจอมหมอกแก้ว

ตั้งอยู่ที่วัดจอมหมอกแก้ว บ้านดงมะเฟือง ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว ตามตำนานกล่าวไว้ว่า เมื่อ ๑๐๐ ปีที่แล้ว ชาวบ้าน ได้เข้าไปหาของป่า ได้พบจอมปลวกมีลักษณะคล้าย พระธาตุตั้งอยู่บนเนินเขาเตี้ย ๆ จึงได้พากันกราบไหว้และเชื่อว่าจอมปลวกนั้นเป็นที่บรรจุอัฐิ ของเชื้อพระวงศ์ในสมัยโบราณ และได้มีการสร้างเจดีย์ขึ้นมาครอบจอมปลวกภายหลัง ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ หรือเดือน ๘ จะมีการสักการะบูชาสรงน้ำพระธาตุ จอมหมอกแก้วทุกปี

พระธาตุจอมแจ้ง

ตั้งอยู่ที่วัดจอมแจ้ง ต.แม่สรวย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๕๐ กม. ตำนานได้กล่าวไว้ว่า พระเถระรูปหนึ่งได้เดินจาริกเทศนาสั่งสอนพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า ได้เดินทางมาถึงบริเวณพระธาตุในเวลาสว่างพอดี (ภาษาเหนือเรียกว่า แจ้ง) ก่อนจะไปจาริกที่อื่นได้มอบพระบรมสารีริกธาตุให้อุบาสกผู้ปฏิบัติธรรม ต่อมาอุบาสกพร้อมกับ คณะ จึงได้สร้างพระธาตุเพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ และปรากฏนามว่า พระธาตุจอมแจ้ง

พระธาตุจอมจ้อ

ตั้งอยู่ที่ ต.เวียง อ.เทิง จ.เชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๖๐ กม พระธาตุจอมจ้อเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ คู่เมืองเทิงมาแต่โบราณ ประวัติได้กล่าวไว้ว่า เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาสุวรรณภูมิ พระองค์ได้พักอยู่ใต้ต้นอโศกบนดอยใกล้แม่น้ำอิง มีพญานาคตัวหนึ่ง ไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า และได้นำจ้อคำสามผืน จ้อเงินสามผืน และจ้อแก้วอีกสามผืน ถวายพระพุทธเจ้า พระอานนท์จึงทูลขอพระธาตุให้ พระพุทธเจ้าเอาพระหัตถ์ลูปพระเศียรได้พระเกศาธาตุหนึ่งเส้นให้พญานาคไว้ พญานาคจึงแจ้งให้เจ้าเมืองสร้างพระธาตุไว้ที่กลางดอย และเรียกขานนามพระธาตุว่าพระธาตุจอมจ้อ เมื่อถึงวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เหนือของทุกปี จะมีพิธีสรงน้ำพระธาตุ ถึงกันว่าใครไปร่วมพิธีจะมีกุศลมาก และฝนก็จะตกตามฤดูกาล

พระธาตุจอมผ่อ

ตั้งอยู่ที่ ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย ระยะทางห่างจากตัวเมืองเชียงราย ๘๐ กม. ตามประวัติไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยใด และเป็นวัดร้างมานาน เมื่อพ.ศ.๒๕๑๐ ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ใหม่ และขาดการดูแลเอาใจใส่ ทำให้เกิดความทรุดโทรม ในพ.ศ.๒๕๒๒ จึงได้มีการบูรณะครั้งใหญ่อีกครั้ง ในเดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำของทุกปี จะมีการทำบุญประเพณีสรงน้ำพระธาตุและมีประชาชนผู้เลื่อมใสศรัทธาในองค์พระธาตุ เข้าร่วมพิธีเป็นจำนวนมาก

จังหวัดเชียงราย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: