สถานที่ท่องเที่ยว จังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตลาดเช้า

สีสรรของพืชผักผลไม้ สีสรรของชีวิตผู้คนในตลาดเช้า เชิญท่านเยี่ยมชมตลาดของเมือง ตั้งอยู่บนถนนพานิชวัฒนา ใกล้วัดหัวเวียง ตอนเช้าตรู่ท่านจะได้สัมผัสกับชีวิตของผู้คนในท้องถิ่น มีสินค้าของชาวพื้นเมืองขาย รวมทั้งอาหารแบบไต ของฝากจากเมืองแม่ฮ่องสอนหรือขนมของคนไตก็มีขายในตลาดเช้าแห่งนี้ ตลาดแห่งนี้เดิมชื่อว่า ตลาดสายหยุด เพราะตลาดจะวายเมื่อเวลาสาย หรือประมาณ 09.00 น.

อนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา

หากมีโอกาส ขอเชิญนักท่องเที่ยวทุกท่านแวะมาสักการะอนุสาวรีย์พญาสิงหนาทราชา เจ้าเมืองคนแรกของแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ต้นถนนขุนลุมประพาส เดิมทีนามท่านชื่อ ‘ชานกะเล’ เป็นชาวไทใหญ่ ได้รวบรวมผู้คนตั้งหมู่บ้านชื่อ ‘บ้านขุนยวม’ ต่อมาได้ยกขึ้นเป็นเมือง ถึงปี พ.ศ. 2417 จึงได้เปลี่ยนชื่อ เป็นเมืองแม่ฮ่องสอน และพระเจ้าอินทวิชยานนท์เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ได้ยกบรรดาศักดิ์ชานกะเลเป็น ‘พญาสิงหนาทราชา’ และแต่งตั้งให้เป็นเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอนคนแรก

วัดพระธาตุดอยกองมู

วัดพระธาตุดอยกองมู นับเป็นวัดที่มีความสำคัญมากที่สุดวัดหนึ่งในจังหวัด เป็นศูนย์รวมศรัทธาของชาวเมือง กล่าวกันว่าใครที่มาแม่ฮ่องสอนแล้วไม่ได้ไปที่นี่ถือว่ายังไม่มาถึง ทั้งนี้เดิมชื่อวัดปลายดอย ตั้งอยู่บนยอดดอยกองมู พระธาตุเจดีย์ของวัดนี้สร้างขึ้นเป็นแห่งแรกในแม่ฮ่องสอน ประกอบด้วยพระเจดีย์ 2 องค์ ต่อมาจึงเปลี่ยนชื่อเป็นวัดพระธาตุดอยกองมูตามนามพระธาตุ นอกจากเป็นศาสนสถานสำคัญแล้วยังเป็นจุดชมวิวเมืองของแม่ฮ่องสอนด้วย เพราะสามารถที่จะเห็นภูมิประเทศของเมืองแม่ฮ่องสอน และเทือกเขาถนนธงชัยสลบซับซ้อนสุดลูกหูลูกตา

 

วัดจองคำ และวัดจองกลาง

วัดจองคำและวัดจองกลาง เปรียบเสมือนวัดแฝด ด้วยตั้งอยู่ในกำแพงเดียวกัน เมื่อมองจากด้านหน้าวัดจองคำจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ ส่วนวัดจองกลางจะอยู่ทางด้านขวามือ วัดจองคำและวัดจองกลางตั้งอยู่กลางเมืองแม่ฮ่องสอน และเป็นเสมือนสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมของเมืองไทใหญ่แห่งนี้ เพราะวัดทั้งสองสร้างขึ้นโดยช่างชาวไทใหญ่เมื่อปี พ.ศ. 2340 เป็นศิลปะแบบไทใหญ่ที่แปลกตา และงดงามมาก โดยวัดจองคำมีพระประธานขนาดใหญ่เรียกว่า ‘หลวงพ่อโต’ มีขนาดหน้าตักกว้างถึง 4.85 ม. และที่วัดจองกลางมีพระพุทธสิหิงค์จำลองปิดทองเหลืองอร่ามทั้งองค์

 

วัดหัวเวียง

วัดหัวเวียงหรือวัดกลางเวียง ตั้งอยู่กลางใจเมือง เป็นที่ประดิษฐานของพระเจ้าพาลาละแข่ง ซึ่งเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องประจำเมืองที่มีความงดงามมาก มีประวัติว่าหล่อจำลองจาก ‘พระมหามุนี’ พระเจ้าพลาละแข่งองค์จริง ณ เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศพม่า นอกจากนี้ด้วยเหตุที่ตั้งอยู่ในย่านชุมชนกลางใจเมือง จึงมีการจัดกิจกรรมทางประเพณีตลอดปี นับเป็นสถานที่อีกแห่งหนึ่งที่คนต่างถิ่นนิยมมาเที่ยวชมวัฒนธรรมไทใหญ่

 

วัดก้ำก่อ


ชื่อวัดเป็นภาษาไทใหญ่แปลว่า ดอกบุนนาค ซึ่งถือเป็นไม้ศักดิ์สิทธิ์ชนิดหนึ่ง เชื่อกันว่าเป็นต้นไม้ที่พระศรีอริยเมตไตรยประทับตอนตรัสรู้ วัดถ้ำก่อเป็นวัดเก่าแก่่คู่เมืองแม่ฮ่องสอน สร้างเมื่อปี พ.ศ.2433 มีสถาปัตยกรรมที่งดงาม มีลักษณะเด่นเป็นพิเศษต่างจากวัดอื่นคือ ทางเดินตั้งแต่ซุ้มทางเข้าวัดจนถึงจองคลุมด้วยหลังคา ที่เล่นระดับลดหลั่นลงมาตามความลาดเอียงของพื้นที่

 

วัดพระนอน

วัดพระนอนเป็นวัดเก่าแก่ และสำคัญอีกแห่งหนึ่งของแม่ฮ่องสอน เพราะเป็นวัดที่สร้างขึ้นโดยชายาเจ้าเมืองแม่ฮ่องสอน ถือเป็นวัดประจำตระกูลเจ้าเมือง ตั้งอยู่เชิงดอยกองมู เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางไสยาสน์องค์ใหญ่ ศิลปะแบบไทใหญ่ขนาดยาว 12 เมตร มีพุทธลักษณะงดงาม

 

ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน

ตั้งอยู่ถนนขุนลุมประพาส ติดกับวิทยาลัยการอาชีพแม่ฮ่องสอน จัดตั้งขึ้นตามพระราชเสาวณีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ในปี พ.ศ. 2527 เพื่อเป็นสถานที่ฝึกอาชีพให้กับราษฎรในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เช่น การทอผ้า งานหัตถกรรมจักสานไม้ไผ่ งานหวาย อาคารศูนย์ศิลปาชีพเป็นอาคาร 3 ชั้น ประกอบด้วยชั้นที่ 1 เป็นส่วนแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าที่ระลึก เช่น ผลิตภัณฑ์จากงา น้ำมันงา ผ้าขนแกะ เครื่องจักสาน ผลิตภัณฑ์จากหวาย ผ้าทอ และสินค้าแปรรูปอื่นๆ ชั้นที่ 2 เป็นสถานที่จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ ห้องทรงงานของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ชั้นที่ 3 เป็นพิพิธภัณฑ์และแหล่งเรียนรู้วิถีชีวิตชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน และยังเป็นแหล่งเรียนรู้ ศึกษาเกี่ยวกับชนเผ่าต่างๆ ที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย ศูนย์ศิลปาชีพจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร. 0-5361-1244

 

วนอุทยานถ้ำปลา

ถ้ำปลาตั้งอยู่บริเวณเชิงเขา อยู่ที่บ้านห้วยผา ต.ห้วยผา ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศเหนือประมาณ 17 กม. มีลักษณะเป็นธารน้ำที่ไหลมาจากถ้ำใต้ภูเขาตลอดเวลา ด้านหน้าเป็นวังน้ำ มีปลาพลวง (อาจเรียกว่า ปลามุง, ปลาคัง) ตัวโตแหวกว่ายอยู่มากมาย เป็นที่อัศจรรย์แก่ผู้พบเห็นว่าเหตุใดปลาเหล่านี้จึงมารวมกันอยู่ที่หน้าถ้ำ ถ้ำปลาอยู่ในความดูแลของวนอุทยานถ้ำปลา บริเวณอุทยานฯหนาแน่นไปด้วยต้นไม้ และได้ปรับปรุงให้เป็นแหล่งท่องเที่ยว มีการตกแต่งสถานที่ให้เหมาะสมแก่การพักผ่อน สร้างความรื่นรมย์แก่ผู้มาเยือน

 

ภูโคลนคันทรีคลับ

เป็นแหล่งค้นพบโคลนจากน้ำพุร้อน นับเป็นหนึ่งในสามแหล่งของโลกที่มีการค้นพบโคลนที่นำมาใช้ในการ เสริมสร้างสุขภาพความงามให้กับผิวพรรณของเรา นอกเหนือจากโคลนใต้ทะเล dead sea และโคลนภูเขาไฟ เนื่องจากมีแร่ธาตุที่มีประโยชน์ เช่น แคลเซียม ที่ช่วยปรับความสมดุลย์ของผิว โบรไมด์มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อโรค แมกนีเซียมช่วยเสริมสร้างและช่อมแซมเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ เป็นต้น เป็นแหล่งที่สามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี ภูโคลน ให้บริการในรูปแบบของแนเชอรัลสปา และมีสระน้ำแร่ธรรมชาติ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร.0 5361 2265, 0 6198 0722 หรือ http://www.pooklon.com
การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 1095 สายแม่ฮ่องสอน-ปาย ระยะทางประมาณ 6 กิโลเมตร เลี้ยวซ้ายไปตามถนนเข้าหมู่บ้านกุงไม้สัก-บ้านห้วยนาขานอีก 4 กิโลเมตรจะพบภูโคลนอยู่ทางขวามือ

 

น้ำตกผาเสื่อ

น้ำตกแห่งนี้ อยู่ในเขตตำบลหมอกจำแป่ จากตัวเมืองไปตามทางขึ้นสู่พระตำหนักปางตอง ไหลมาจากน้ำตกแม่สะงาในเขตพม่า อยู่ในความดูแลของวนอุทยานแห่งชาติ ปกคลุมด้วยไม้ใหญ่ให้ความร่มรื่นเป็นอย่างดี มีน้ำตกทั้งหมด 6 ชั้น ชั้นที่คนนิยมที่สุด คือ ผาเสื่อ ซึ่งมีน้ำตกลงกระทบแผ่นหินกระเด็นเป็นฝอย สองข้างมีแผ่นหินลักษณะคล้ายเสื่อปูลาดอยู่เป็นจำนวนมาก การเดินทางสะดวกเป็นทางลาดยางตลอด

พระตำหนักปางตอง

อยู่ในเขตตำบลหมอกจำแป๋ สามารถเดินทางไปโดยใช้เส้นทางเดียวกับทางเข้าวนอุทยานผาเสื่อต่อไปอีกประมาณ 5 กิโลเมตร ตัวเรือนประทับแรมตั้งอยู่บนยอดเขาสูงที่บ้านปางตอง ในโครงการพัฒนาพื้นที่สูงปางตอง เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30 – 16.30 น.

 

ศูนย์ไผ่ศึกษา

ศูนย์ไผ่ศึกษาแม่ฮ่องสอน ตั้งอยู่ใกล้ศูนย์บริการและพัฒนาที่สูงปางตอง เกิดจากแนวพระราชเสาวณีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ดำเนินการโดย จังหวัดแม่ฮ่องสอนและสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดแม่ฮ่องสอน จัดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศแหล่งใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น ในจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ประมาณ 300 ไร่ ซึ่งได้เลือกพื้นที่ที่มีชนิดพันธุ์ไผ่ 6 ชนิดเป็นพันธุ์หลัก และมีภูมิประเทศที่โดดเด่นสวยงามและมีลำห้วยปางตองเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่อุดมสมบูรณ์

โครงการพระราชดำริปางตอง (ปางอุ๋ง) – บ้านรวมไทย

หมู่บ้านรวมไทย ตั้งอยู่ในที่สูง ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร ความชุ่มชื้นในหน้าฝน ทำให้เราต้องเดินทางฝ่าไอหมอก ไปยังหมู่บ้านที่อยู่เหนือเมฆ ประกอบด้วย 24 ครัวเรือนอยู่กันอย่างมีความสุข ด้วยความงามของป่าสนทั้ง 2 ใบ และ 3 ใบ ที่โอบล้อมรอบทะเลสาบ ภายในโครงการฯ มีสวนไม้ดอก ไม้ผล เมืองหนาวที่สวยงาม ให้ได้ศึกษาเป็นจำนวนมากแถมยังให้ความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ไม้ต่าง ๆ ด้วยข้อความที่น่าอ่าน สวนปางอุ๋ง เกิดขึ้นเพื่อให้มีพันธุ์พืชที่กลมกลืนกับสภาพภูมิประเทศบนที่สูง และโครงการฯ อนุญาตให้กางเต็นท์พักแรมในสถานที่ที่กำหนดได้ และสามารถติดต่อสอบถามบ้านพักได้ที่

– ศูนย์ศิลปาชีพ จังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร. 053-611244
– สำนักงานป่าไม้ โทร. 053-681323

 

บ้านรักไทย

บ้านรักไทย ตั้งอยู่ ตำบลหมอกจำแป่ ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 44 กิโลเมตร บ้านรักไทหรือบ้านแม่ออเป็นหมู่บ้านสุดท้ายก่อนถึงชายแดนไทย-พม่า ประชาการในหมู่บ้านส่วนใหญ่อพยพหนีภัยมาจากทางตอนใต้ของจีน ในช่วงการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบบคอมมิวนิสต์ บริเวณหมู่บ้านมีทะเลสาบสวยงาม นักท่องเที่ยวสามารถเที่ยวชมวิถีชีวิตวัฒนธรรมจีนฮ่อ ซึ่งยังคงสืบทอดประเพณีไว้หลายอย่างทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน ลักษณะบ้านบางส่วนเป็นบ้านแบบเก่าทำจากดินเหนียวผสมฟางข้าว รวมทั้งอาหารตำรับจีนตอนใต้แถบมณฑลยูนาน นอกจากนี้ยังสามารถชิมชาเลิศรสจากชาพันธุ์ดีซึ่งมีจำหน่ายในหมู่บ้าน เช่น ชาชิง ชิง ชาอู่หลง

สามารถติดต่อสอบถามบ้านพักได้ที่ต้าเหล่าซือ รักไทย รีสอร์ท โทร. 0-5361-2831, 08-9557-2258 และดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.geocities.com/rakthai_resort

 

บ่อน้ำร้อนผาบ่อง

เป็นบ่อน้ำร้อนที่มีแร่กำมะถันเจืออยู่ ตั้งอยู่ในละแวกชุมชนผาบ่อง ออกไปทาง อ.ขุนยวมประมาณ 10 กม. แวดล้อมด้วยพื้นที่ทางการเกษตรของชาวบ้าน ภายหลังทางการได้กั้นแนวเขตชัดเจน แล้วจัดแต่งพื้นที่โดยรอบบ่อน้ำร้อนให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับให้ประชาชนได้มา พักผ่อน มีเนื้อที่ประมาณ 4 ไร่ ส่วนตัวบ่อน้ำร้อนได้ก่อปูนเป็นขอบบ่อ และทำทางเดินรอบบ่อด้วย อุณหภูมิความร้อนของบ่อยังไม่สูงเพียงพอที่จะต้มไข่สุก และสามารถให้นักท่องเที่ยวอาบน้ำแร่ได้ โดยค่าบริการ ห้องเดี่ยว 50 บาท/ห้อง และห้องรวม 400 บาท/ห้อง

 

สถานศึกษาธรรมชาติ และสัตว์ป่าถ้ำน้ำลอด

อยู่ที่ตำบลถ้ำลอด ห่างจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอนประมาณ 86 กม. เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ มีสถานที่น่าวนใจคือ ‘ถ้ำลอด’ ซึ่งมีลำห้วยชื่อน้ำลางไหลลอดภูเขาไปอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม และพบเครื่องมือเครื่องใช้โบราณ อายุประมาณ 2000 ปี ถ้านี้มีความยาวประมาณ 1 กม. แบ่งเป็น 3 ห้อง คือ ‘ถ้ำเสาหินหลวง’ ‘ถ้ำตุ๊กตา’ และถ้ำสุดท้ายที่มีชื่อเสียงคือ ‘ถ้ำผีแมน’ นอกจากหินงอกหินย้อยที่สวยงามแล้วเศษภาชนะดินเผา ซีกฟัน กระดูกมนุษย์ เมล็ดพืช เครื่องมือหิน รวมทั้ง ‘โลงผีแมน’ มีลักษณะเป็นท่อนไม้ส่วนกลางเป็นร่องคล้ายเรือ มีขนาดเล็กและใหญ่ถูกวางอยู่บนคานเสา 4 – 6 ต้นตั้งกับพื้นถ้ำ ที่เจาะเป็นช่องเพื่อสอดคานไว้พาดโลงผีแมน

 

อุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง

ห่างจากอำเภอปายประมาณ 30 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่หมู่ 7 ตำบลเวียงเหนือ ติดเขตอำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นที่ตั้งโครงการพัฒนาต้นน้ำของกรมป่าไม้ มีการปลูกพืชไม้ดอกเมืองหนาวเป็นที่ท่องเที่ยวที่สวยงามเดินทางไปท่องเที่ยว ได้ทุกฤดูกาล และมีบ้านพักบริการด้วย ติดต่อได้ที่ สำนักอุทยานแห่งชาติ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โทร. 0-2562-0760 และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติห้วยน้ำดัง โทร. 0-5324-8491 นักท่องเที่ยวนิยมไปเยี่ยมชม โดยเฉพาะฤดูหนาว หากนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถจองบ้านพักของอุทยานได้้ ก็สามารถพักในอำเภอปาย และเดินทางมาชมทะเลหมอกยามเช้าได้เช่นกัน

 

น้ำตกแม่เย็น

สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาและมีความอดทนสูง น้ำตกแม่เย็นเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการท่องเที่ยวธรรมชาติ อ.ปาย เพราะต้องเดินทางเท้าเป็นระยะทางค่อนข้างไกล ใช้เวลาเดินทางไป-กลับประมาณ 8 กม. (3-5 ชั่วโมง) แต่เมื่อได้ไปเห็นความงามของน้ำตกแล้วก็เรียกได้ว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อย

 

โป่งน้ำร้อนท่าปาย

อยู่ที่ตำบลแม่ฮี้ เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติไหลมาจากใต้ดิน มีไอน้ำร้อนปกคลุมพื้นที่ จากที่จอดรถต้องเดินเท้าต่อไปอีกเป็นระยะทาง 300 ม. เลียบเลาะไปตามธารน้ำร้อนที่ไหลมาจากบ่อ ในบางช่วงเป็นแอ่งน้ำสามารถลงแช่น้ำได้ และรอบ ๆ เป็นป่าไม้สักที่สมบูรณ์มาก

 

บ่อน้ำร้อนเมืองแปง

อยู่ที่ตำบลเมืองแปง เป็นบ่อน้ำร้อนขนาดใหญ่ห่างจากอำเภอปาย 28 กม. บ่อน้ำพุร้อนมีอุณหภูมิสูงถึง 95 องศาเซลเซียส น้ำร้อนไหลเป็นธารผ่านก้อนหินใหญ่น้อยลดหลั่นกันลงไปสวยงาม มีสภาพเป็นะรรมชาติมาก

 

ล่องแก่งแม่น้ำปาย

แม่น้ำปายเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่สุดในจังหวัดแม่อ่องสอน มีแหล่งต้นน้ำมาจากเทือกเขาถนนธงชัยกับเทือเขาแดนลาวในเขต อ.ปาย แล้วไหลลงมาสู่ทิศใต้มาตามหุบเขา ผ่านอำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน แล้วไหลไปบรรจบกับแม่น้ำสาระวิน เขตรัฐคะยา สหภาพเมียนม่าห์ ท้องน้ำมีลักษณะเป็นกรวด ทราย ฤดูแล้งน้ำลึกประมาณ 1 เมตร สามารถล่องแพเป็นช่วง ๆ แต่ละช่วงจะสามารถชมทัศนียภาพที่สวยงามของธรรมชาติและป่าเขา โดยธรรมชาติของลำน้ำปาย บางช่วงฤดู ระดับน้ำไม่เท่ากัน ฤดูฝนน้ำจะไหลเชี่ยวมาก และน้ำจะเย็นตลอดทั้งปี การล่องแก่งจึงจำเป็นต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่น ทั้งนี้ช่วงที่เหมาะสมต่อการล่องแแก่งคือเดือนตุลาคม – มีนาคม

ตลอดเส้นทางการล่องแม่น้ำปายจะผ่านป่าเขาอันอุดมสมบูรณ์ ผ่านจุดท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น น้ำตกซู่ซ่า บ่อน้ำพุร้อนริมน้ำปาย ฯลฯ และที่สำคัญคือจุดที่ต้องล่องผ่านแก่งหินที่มีกระแสน้ำเชี่ยวกราก ซึ่งมีประมาณ 15 จุด แต่ละจุดมีระยะทางตั้งแต่ 50-300 ม. ในช่วงน้ำหลากสามารถจัดระดับความยากของการล่องแก่งได้ถึงเกรด 3 (ระดับคลื่นใหญ่ ความสูง 1-2 ม. น้ำไหลแรง มีแอ่งน้ำวนใหญ่ มีโขดหินขวางสายน้ำ อาจหาช่องทางการล่องได้ยาก และต้องใช้ทักษะการพายเรือ) สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บริษัท ปายแอดเวนเจอร์ โทร. (053) 69-9385 ,บริษัท แม่ฮ่องสอนแอดเวนเจอร์ โทร. 01-8845025, 01-9523340 , บริษัท ปายอินเดอะสกาย โทร. 053-698145 , บริษัท แบรคแทร็ค ทัวร์-เทรคคิ้ง โทร. 053-699739

 

วัดน้ำฮู

อยู่ที่ตำบลเวียงใต้ เป็นที่ประดิษฐานของพระอุ่นเมือง พระพุทธรูปสิงห์สามอายุประมาณ 500 ปี สร้างด้วยโลหะทองสัมฤทธิ์ หน้าตักกว้าง 28 นิ้ว สูง 30 นิ้ว ปางมารวิชัย พระพุทธรูปองค์นี้พระเศียรกลวง ส่วนบนเปิดปิดได้ และมีน้ำซึมออกมาอยู่เสมอ ชาวบ้านและนักท่องเที่ยวนิยมเข้าไปนมัสการและขอน้ำที่ซึมออกมานี้ โดยทางวัดได้นำมาผสมเป็นน้ำมนต์ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว ปัจจุบันได้อัญเชิญพระอุ่นเมืองไว้เป็นพระประธานในโบสถ์ ปกติหากไม่ใช่หน้าหนาวซึ่งเป็นฤดูท่องเที่ยว ทางวัดจะปิดประตูโบสถ์ นักท่องเที่ยวที่ต้องการนมัสการพระอุ่นเมือง จึงต้องขออนุญาตจากเจ้าอาวาสเพื่อเปิดโบสถ์เสียก่อน นอกจากนี้ภายในวัดยังมีเจดีย์อนุสรณ์สถานพระนางสุพรรณกลัยา พระเชษฐภคินีของสมเด็จ พระนเรศวรมหาราช ในบริเวณวัดอีกด้วย

 

วัดพระธาตุแม่เย็น

ตั้งอยู่บนเขาทางทิศตะวันออกหลังหมู่บ้านแม่เย็น ด้านหลังโบสถ์เป็นที่ตั้งเจดีย์เก่า สร้างในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด จากจุดนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของอำเภอปายได้ทั่วถึงทั้งบ้านเรืองและทุ่งนา ยิ่งถ้าได้ขึ้นไปในตอนเย็นจะได้ชมพระอาทิตย์ตกโดยมีเทือกดอยจิกจ้องเป็นฉากหลังที่งด
งาม และพระธาตุแห่งนี้เป็นจุดสังเกตของผู้โดยสารทางเครื่องบินว่าเข้าเขตอำเภอปายแล้ว

 

น้ำตกหมอแปง

อยู่ที่บ้านหมอแปง ตำบลแม่นาเติง เป็นน้ำตกขนาดกลาง 3 ชั้น จะมีความสวยงามมากในฤดูฝนเนื่องจากน้ำจะไหลตกเต็มแผ่นหิน รอบ ๆ น้ำตกเป็นป่าไม้ที่ร่มรื่นเหมาะแก่การพักผ่อน มีหมู่บ้านชาวเขาเผามูเซอแดงอยู่บริเวณใกล้เคียงรอบน้ำตก

 

ทุ่งบัวตองดอยแม่อูคอ

เมื่อฤดูหนาวเข้ามาเยือนเมืองแม่ฮ่องสอน ทุ่งดอกบัวตองดอยแม่อูคอ จะบานสะพรั่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเยือน และชมความงดงามของท้องทุ่งที่เต็มไปด้วยสีเหลืองส้มปกคลุมเต็มเทือกเขา ทุ่งบัวตองอยู่ในเขตบ้านสุรินทร์ ต.ยวมน้อย อ.ขุนยวม มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณประมาณ 1,000 ไร่ และจะบานสะพรั่งในช่วงเดือนพฤศจิกายน – ต้นเดือนธันวาคม สามารถติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ ที่ว่าการอำเภอขุนยวม โทร. 0-5369-1108

 

วัดม่วยต่อ

เป็นวัดใหญ่ที่สุดใน อ.ขุนยวม คำว่า ‘ม่วยต่อ’ ในภาษาไทใหญ่แปลว่า พระธาตุ วัดนี้ก็คือวัดพระธาตุ ภายในวัดมีเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ ล้อมรอบด้วยพระเจดีย์บริวารยอดประดับด้วยฉัตรโลหะ แขวนกระดิ่งโดยรอบ จัดเป็นเจดีย์ที่มีความงดงามอีกแห่ง ทุกปีเมื่อถึงวันขึ้น 10-15 ค่ำ เดือน12 ทางวัดจะจัดงานประเพณีเขาวงกต ถือเป็นงานประจำปีงานใหญ่ที่สุดของวัด

 

วัดต่อแพ

วัดต่อแพ เป็นวัดเก่าแก่ ตั้งอยู่ที่บ้านต่อแพ ตำบลแม่เงา อยู่ฝั่งขวาของลำน้ำยวม
มีพระเจดีย์ทรงเครื่องแบบมอญ เป็นเจดีย์ฐานแปดเหลี่ยม ยอดประดับ
ฉัตรโลหะเจ็ดชั้น ตั้งอยู่คู่กับวิหารโถงศิลปะไทใหญ่ มีหลังคาสลับซ้อนเป็นชั้น
วิจิตรตระการตา ทั้งเจดีย์และวิหารตั้งเด่นอยู่กลางลานวัด โดยมีกำแพงแก้วล้อมรอบ และรายล้อมด้วยสถาปัตยกรรมไทใหญ่ขนาดเล็ก เช่น ศาลาสรงน้ำ ศาลาบ่อน้ำ ฯลฯ และนอกจากนั้นตัวหมู่บ้านต่อแพยังเป็นชุมชนเก่าแห่งหนึ่งของแม่ฮ่องสอนที่ยังคง
รักษาบรรยากาศแบบไทใหญ่ไว้อย่างดี

 

พิพิธภัณฑ์สงครามโลกครั้งที่ 2

ตั้งอยู่บริเวณตรงข้ามวัดม่วยต่อ แสดงเรื่องราวทางประวิติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 เส้นทางปาย-ขุนยวม อันเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ของกองทัพญี่ปุ่นที่สร้างขึ้นเป็นเส้นทางลำเลียงอาวุธ และเสบียงอาหารเพื่อที่จะไปยังพม่า โดยเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เก็บรวบรวมสิ่งของเครื่องใช้ ยุทธโธปกรณ์ และยายยนต์ของทหารญี่ปุ่นที่ทิ้งไว้ พร้อมทั้งมีภาพเก่าหายากเกี่ยวกับกองทัพญี่ปุ่น และเหตุการณ์สงครามโลกครั้งที่ 2 ให้ชมมากมาย

 

น้ำตกแม่สุรินทร์

น้ำตกแม่สุรินทร์ อยู่ในเขตบ้านแม่สุรินทร์ ตำบลแม่ยวมน้อย อำเภอขุนยวม การเดินทางใช้ทางหลวงหมายเลข 108 ถึง อำเภอขุนยวม และเข้าไปน้ำตกแม่สุรินทร์ ประมาณ 50 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่สวยงามมาก น้ำตกจากหน้าผาสูงประมาณ 100 เมตร มีบ้านพักจำนวน 8 หลัง และบริเวณกางเต๊นท์บริการนักท่องเที่ยว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ที่ทำการอุทยานแห่งชาติน้ำตกแม่สุรินทร์ โทร. 0-5361-2996

 

หมู่บ้านเมืองปอน

บ้านเมืองปอน ตั้งอยู่เขตอำเภอขุนยวม เส้นทางหลวงหมายเลข 108 (ขุนยวม-แม่ลาน้อย) ห่างจากตัวอำเภอ ประมาณ 13 กิโลเมตร สามารถเที่ยวชมวัดบ้านเมืองปอนซึ่งมีศิลปะแบบไทยใหญ่ วิถีชีวิตชาวไทยใหญ่ดั้งเดิม บ้านเรือนไทยใหญ่แบบดั้งเดิม และซื้อของที่ระลึกโดยเฉพาะเสื้อไทยใหญ่ทั้งชายและหญิงและมีบริการที่พักกับชุมชน หรือโฮมสเตย์รองรับได้ตั้งแต่ 2-40 คน ติดต่อสอบถามได้ที่ อบต.บ้านเมืองปอน โทร. 0-5368-4648 หรือ อ.กัลยา ไชยรัตน์ โทร. 0-5368-4644

 

อุทยานแห่งชาติแม่เงาและล่องแพแม่น้ำเงา

ตั้งอยู่ อ.สบเมย ที่ห่างจากตัวอำเภอประมาณ 15 กม. ติดกับจังหวัดตาก มีลักษณะพื้นที่สูงชัน มียอดเขาสูง เช่น ดอยปุยหลวง ดอยเซอเทอลู่ ดอยคุยหลวง มีแม่น้ำหลายสายไหลผ่าน แต่ที่น่าสนใจจะเป็นแม่น้ำเงา เป็นลำน้ำที่ใสสะอาดมาก และมีทัศนียภาพที่สวยงาม นักท่อ งเที่ยวส่วนใหญ่นิยมมากางเต้นท์กันริมลำน้ำ
และการล่องแพแมีน้ำเงา จุดล่องแพอยู่ที่บ้านแม่เงา ตำบลแม่สวด เป็นที่เหมาะสำหรับล่องแพเพื่อผจญภัยอย่างแท้จริง สภาพสองฝั่งเป็นธรรมชาติที่คงสภาพที่ดีเยี่ยม มีความใสสะอาดมาก ฤดูหนาวและฤดูร้อนสามารถมองเห็นเงาในน้ำได้ จึงได้ชื่อว่า ‘แม่น้ำเงา’ เป็นแม่น้ำสายใหญ่มีน้ำตลอดทั้งปี สองฝั่งริมน้ำเป็นป่าดงดิบชื้น มีสัตว์ป่าและนกมาหากินตามบริเวณลำน้ำเป็นจำนวนมาก
ในบริเวณต้นแม่น้ำหรือที่ชาวบ้านเรียกว่า ‘ในเงา’ เป็นที่อยู่ของชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยอยู่มานาน มีวิถีชีวิตที่ยังคงขนบธรรมเนียมประเพณีเป็นแบบของตนอยู่ มีหลายหมู่บ้านโดยมากเป็นชุมชนที่ตั้งอยู่ริมน้ำ เรือหางยาวจึงเป็นความจำเป็นที่ชาวบ้านอาศัยเป็นพาหนะเดินทาง นักท่องเที่ยวที่สนใจล่องแม่น้ำเงา ต้องเดินทางมาที่สะพานแม่น้ำเงา เป็นจุดที่จะนั่งเรือหางยาวหรือล่องแพเพื่อไปหมู่บ้านต่าง ๆ ได้

 

แม่สามแลบ

เป็นชื่อหมู่บ้าน ตั้งอยู่ริมน้ำสาละวิน หรือแม่น้ำคง นักท่องเที่ยวนิยมไปล่องเรือตามลำน้ำสาละวิน ฝั่งตรงข้ามเป็นเขตพม่า บางช่วงมีหาดทรายขาวสะอาด ช่วงที่ล่องเรือคือช่วงแม่สามแลบถึงสบเมย ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำเมยไหลมาบรรจบกับแม่น้ำสาละวิน และช่วงแม่สามแลบถึงอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก

 

ศูนย์พัฒนาสังคมที่ 43 และทุ่งดอกบัวตองดอยแม่เหาะ

ศูนย์พัฒนาสังคมที่ 43 เดิมคือ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขาฯ ตั้งอยู่ใกล้กับทุ่งดอกบัวตองดอยแม่เหาะ กม.ที่ 84-85 ถนนสายฮอดแม่สะเรียง ภายในบริเวณฯ มีศูนย์วัฒนธรรมชาวเขา, การปลูกพืชเมืองหนาว บริเวณใกล้เคียงมีทุ่งบัวตองดอยแม่เหาะอยู่ริมถนน นับเป็นทุ่งบัวตองแห่งแรกของแม่ฮ่องสอน
มีพื้นที่น้อยกว่าทุ่งดอกบัวตองบนดอยแม่อูคอที่อำเภอขุนยวม แต่จะบานในช่วงเดือนพฤศจิกายน ถึงต้นเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นช่วงเดียวกันกับดอกบัวตองบานที่ดอยแม่อูคอของ นอกจากนี้บริเวณดังกล่าวยังมีกาแฟรสดอยแม่เหาะ ให้นักท่องเที่ยวได้ชิมทุกฤดูกาลอีกด้วย

 

อุทยานแห่งชาติสาละวิน

ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาละวิน หรือแม่น้ำคง ซึ่งกั้นพรมแดนระหว่างไทยกับสหภาพเมียนม่าร์ ในหน้าหนาวและหน้าแล้งระดับน้ำในแม่น้ำสาละวินจะลดลง สามารถเห็นหาดทรายขาวละเอียดทั้งสองฝั่งสลับกับก้อนหินขนาดใหญ่ โดยเฉพาะหน้าหนาวสายหมอกจะปกคลุมทั่วทั้งลำน้ำเป็นบรรยากาศที่สวยงามมาก นอกจากนี้ป่าเบญจพรรณสองข้างทางจะเริ่มผลัดใบ เปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงอมส้มให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความงาม ส่วนหน้าร้อนประมาณเดือน เม.ย. หิมะบนภูเขาทางทิเบตจะละลายลงมา ทำให้แม่น้ำใสมากกว่าปกติ แต่ถ้าเป็นหน้าน้ำจะมีแก่งที่มีกระแสน้ำไหลรุนแรง และทิวทัศน์ไม่งดงามนัก ทั้งนี้หากต้องการที่จะพักแรมบริเวณใด ควรแจ้งเจ้าหน้าที่อุทยานให้ราบ เพื่อความปลอดภัยและป้องกันปัญหาตามแนวชายแดน

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: